Try the SQL syntax on w3school website tutorial
1. The SQL SELECT Statement
SELECT statement ใช้เลือกเพื่อเรียกดูข้อมูลของ Column ใน database table
Syntax :
- ผลการทดลองโค้ดและข้อสรุปที่ได้
1. SELECT * FROM table name;
ผลการทดลอง : ทดลอง SELECT ทุก Column ใน Customers tableข้อสรุป : เมื่อเราใช้ * ต่อจาก SELECT จะเป็นการเรัยกดูข้อมูลของทุก Column ใน Database table นั้นๆ
2. SELECT column_name, FROM table_name;
ผลการทดลอง : ทดลอง SELECT Column CustomerName ใน Customers table
ข้อสรุป : เมื่อเราระบุชื่อคอลัมน์ที่เราต้องการที่จะดูข้อมูลลงไปต่อจากคำสั่ง SELECT จะทำให้เราสามารถดูได้เฉพาะคอลัมน์นั้นๆที่เราทำการเลือกไวใน database table และเมื่อเราต้องการดูมากกว่า 1 column ให้เราใช้เครื่องหมาย comma (,) คั่น ระหว่างชื่อ column
2. SQL SELECT DISTINCT Statement
SELECT DISTINCT จะ return ค่าที่มีค่าแตกต่างกันเท่านั้น
Syntax : SELECT DISTINCT column_name FROM table_name;
- ผลการทดลองโค้ดและข้อสรุปที่ได้
ข้อสรุป : คำสั่งนี้จะแสดงเฉพาะข้อมูลที่ไม่ซ้ำกันในคอลัมน์ที่เราได้เลือกไว้
3. SQL WHERE Clause
WHERE เป็นการเรียกใช้คำสั่งเพื่อเรียกดูเฉพาะข้อมูลที่เรามีการระบุข้อมูลเฉพาะบางอย่างไว้
Syntax : SELECT column_name FROM table_name WHERE column_name operator value ;
- ผลการทดลองโค้ดและข้อสรุปที่ได้
ผลการทดลอง :ใช้คำสั่งเพื่อเรียกดูทุกข้อมูลในคอลัมน์ EmployeeID ที่มีค่าเป็น 1 ใน Employee Table
ใช้คำสั่งเพื่อเรียกดูทุกข้อมูลในคอลัมน์ Country ที่มีค่าเป็น Mexico ใน Customers table
ข้อสรุป : คำสั่งนี้จะแสดงเฉพาะข้อมูลต่างๆที่มีในคอลัมน์ที่เราได้ทำการระบุไว้ว่าจะให้แสดงข้อมูลใดในคอลัมน์นั้น
Example : Use BETWEEN Operation
4. SQL AND & OR Operators
- ผลการทดลองโค้ดและข้อสรุปที่ได้
ผลการทดลอง : ทดลองเรียกข้อมูลจากทุก Column ที่มี ข้อมูลในคอลัมน์ CategoryID=2 หรือ มีข้อมูลในคอลัมน์ CategoryName='Beverages'
ข้อสรุป : AND และ OR เป็น Operator ชนิดหนึ่ง ใช้กับคำสั่ง WHERE โดย AND เป็นการเลือกทั้งสองอย่าง ส่วน OR เลือกเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง
5. SQL ORDER BY Keyword
ORDER BY เป็นคำสั่งที่ใช้เรียงข้อมูลในคอลัมน์
Syntax : SELECT column_name
FROM table_name
ORDER BY column_name ASC|DESC, column_name ASC|DESC;
- ผลการทดลองโค้ดและข้อสรุปที่ได้
ผลการทดลอง : ทดลองเรียง Column CategoryName โดยใช้รูปแบบ DESC
ข้อสรุป : คำสั่งนี้จะเรียงข้อมูลตามคอลัมน์ที่เรากำหนด โดยมี 2 รูปแบบการเรียงคือ DESC และ ASC โดย DESC เป็นการเรียงแบบจากมากไปน้อย และ ASC เป็นการเรียงจากน้อยไปมาก
6. SQL INSERT INTO Statement
INSERT INTO เป็นคำสั่งที่ใช้แทรกข้อมูลใหม่ในตาราง
Syntax : INSERT INTO table_name (column1,column2,column3,...)
VALUES (value1,value2,value3,...);
- ผลการทดลองโค้ดและข้อสรุปที่ได้
ผลการทดลอง : ทดลองเพิ่มข้อมูล Burger ลงไปใน Categories Columnข้อสรุป : พบว่าข้อมูลจะอัพเดท จากการเพิ่มข้อมูลจาก VALUES เข้าไปตามตำแหน่ง column ที่ตรงกันนั่นเอง แต่ถ้า column ไหนไม่ได้เพิ่มข้อมูลเข้าไปก็จะเป็นค่า null แทน
7. SQL UPDATE Statement
UPDATE ใช้เพื่อแก้ไข หรือ เปลี่ยนแปลงข้อมูลที่มีอยู่แล้วใน table
Syntax : UPDATE table_name SET column1=value1,column2=value2,... WHERE some_column=some_value;
- ผลการทดลองโค้ดและข้อสรุปที่ได้
ผลการทดลอง : ทดลองเปลี่ยนข้อมูลในคอลัมน์ CategoryName จาก Condiments เป็น Beer
ข้อสรุป : คำสั่ง UPDATE จะเปลี่ยนแปลงข้อมูลในคอลัมน์ที่มีอยู่แล้ว เป็นค่าใน SET ที่เรากำหนดไว้ ข้อควรระวัง! ต้องใช้คำสั่ง WHERE เพื่อระบุข้อมูลใน Column ที่เราจะทำการเปลี่ยนแปลงเเอาไว้ด้วย ไม่เช่นนั้น มันจะทำการ Update เป็นข้อมูลทั้งหมด ใน Column นั้น
8. SQL DELETE Statement
DELETE เป็นคำสั่งที่ใช้ลบข้อมูลใน table
Syntax : DELETE FROM table_name
WHERE some_column=some_value;
- ผลการทดลองโค้ดและข้อสรุปที่ได้
ผลการทดลอง : ทดลองลบแถวของข้อมูลโดยใช้ คอลัมน์ CategoryID = 3
ข้อสรุป : เราสามารถลบแถวของข้อมูลออกจาก table ได้โดยใช้ คำสั่ง WHERE เพื่อระบุตัวที่เราจะทำการลบออกไป และถ้าต้องการลบข้อมูลทั้งหมด ใช้คำสั่ง DELETE FROM table_name;
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น