วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2559

Homework week 2 : Try Syntax on w3School website tutorial

 Try the SQL syntax on w3school website tutorial 

 

1. The SQL SELECT Statement

 

           SELECT statement ใช้เลือกเพื่อเรียกดูข้อมูลของ Column ใน database table
 Syntax : 


- ผลการทดลองโค้ดและข้อสรุปที่ได้


1. SELECT * FROM table name;

ผลการทดลอง : ทดลอง SELECT ทุก Column ใน Customers table


ข้อสรุป : เมื่อเราใช้ * ต่อจาก SELECT จะเป็นการเรัยกดูข้อมูลของทุก Column ใน Database table นั้นๆ

2.  SELECT column_name, FROM table_name;
ผลการทดลอง : ทดลอง SELECT Column CustomerName ใน Customers table


ข้อสรุป : เมื่อเราระบุชื่อคอลัมน์ที่เราต้องการที่จะดูข้อมูลลงไปต่อจากคำสั่ง SELECT จะทำให้เราสามารถดูได้เฉพาะคอลัมน์นั้นๆที่เราทำการเลือกไวใน database table และเมื่อเราต้องการดูมากกว่า 1 column ให้เราใช้เครื่องหมาย comma (,) คั่น ระหว่างชื่อ column 


2. SQL SELECT DISTINCT Statement

 

          SELECT DISTINCT จะ return ค่าที่มีค่าแตกต่างกันเท่านั้น
Syntax : SELECT DISTINCT column_name FROM table_name

- ผลการทดลองโค้ดและข้อสรุปที่ได้


ผลการทดลอง :ใช้คำสั่งเพื่อเรียกดู column city ต่างๆว่ามีอะไรบ้างโดยไม่ซ้ำกัน


ข้อสรุป : คำสั่งนี้จะแสดงเฉพาะข้อมูลที่ไม่ซ้ำกันในคอลัมน์ที่เราได้เลือกไว้


3. SQL WHERE Clause

 

           WHERE เป็นการเรียกใช้คำสั่งเพื่อเรียกดูเฉพาะข้อมูลที่เรามีการระบุข้อมูลเฉพาะบางอย่างไว้
Syntax : SELECT column_name FROM table_name WHERE column_name operator value


- ผลการทดลองโค้ดและข้อสรุปที่ได้


ผลการทดลอง :ใช้คำสั่งเพื่อเรียกดูทุกข้อมูลในคอลัมน์ EmployeeID ที่มีค่าเป็น 1 ใน Employee Table

 

 

ใช้คำสั่งเพื่อเรียกดูทุกข้อมูลในคอลัมน์ Country ที่มีค่าเป็น Mexico ใน Customers table

 


 ข้อสรุป : คำสั่งนี้จะแสดงเฉพาะข้อมูลต่างๆที่มีในคอลัมน์ที่เราได้ทำการระบุไว้ว่าจะให้แสดงข้อมูลใดในคอลัมน์นั้น

 

Example : Use BETWEEN Operation


4. SQL AND & OR Operators

 

- ผลการทดลองโค้ดและข้อสรุปที่ได้

 

ผลการทดลอง : ทดลองเรียกข้อมูลจากทุก Column ที่มี ข้อมูลในคอลัมน์ CategoryID=2 หรือ มีข้อมูลในคอลัมน์ CategoryName='Beverages'   


ข้อสรุป :  AND และ OR เป็น Operator ชนิดหนึ่ง ใช้กับคำสั่ง WHERE โดย AND เป็นการเลือกทั้งสองอย่าง ส่วน OR เลือกเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง


5. SQL ORDER BY Keyword

 

           ORDER BY เป็นคำสั่งที่ใช้เรียงข้อมูลในคอลัมน์
Syntax : SELECT column_name
FROM table_name
ORDER BY column_name ASC|DESC, column_name ASC|DESC; 


- ผลการทดลองโค้ดและข้อสรุปที่ได้


ผลการทดลอง : ทดลองเรียง Column CategoryName โดยใช้รูปแบบ DESC
 

 

ข้อสรุป : คำสั่งนี้จะเรียงข้อมูลตามคอลัมน์ที่เรากำหนด โดยมี 2 รูปแบบการเรียงคือ DESC และ ASC โดย DESC เป็นการเรียงแบบจากมากไปน้อย และ ASC เป็นการเรียงจากน้อยไปมาก

 

6. SQL INSERT INTO Statement

            
              INSERT INTO เป็นคำสั่งที่ใช้แทรกข้อมูลใหม่ในตาราง
Syntax : INSERT INTO table_name (column1,column2,column3,...)
VALUES (value1,value2,value3,...);

  

- ผลการทดลองโค้ดและข้อสรุปที่ได้

ผลการทดลอง : ทดลองเพิ่มข้อมูล Burger ลงไปใน Categories Column





ข้อสรุป : พบว่าข้อมูลจะอัพเดท จากการเพิ่มข้อมูลจาก VALUES เข้าไปตามตำแหน่ง column ที่ตรงกันนั่นเอง แต่ถ้า column ไหนไม่ได้เพิ่มข้อมูลเข้าไปก็จะเป็นค่า null แทน 

7. SQL UPDATE Statement

 

           UPDATE ใช้เพื่อแก้ไข หรือ เปลี่ยนแปลงข้อมูลที่มีอยู่แล้วใน table
Syntax : UPDATE table_name SET column1=value1,column2=value2,... WHERE some_column=some_value;

- ผลการทดลองโค้ดและข้อสรุปที่ได้

 

ผลการทดลอง : ทดลองเปลี่ยนข้อมูลในคอลัมน์ CategoryName จาก Condiments เป็น Beer




ข้อสรุป : คำสั่ง UPDATE จะเปลี่ยนแปลงข้อมูลในคอลัมน์ที่มีอยู่แล้ว เป็นค่าใน SET ที่เรากำหนดไว้ ข้อควรระวัง! ต้องใช้คำสั่ง WHERE เพื่อระบุข้อมูลใน Column ที่เราจะทำการเปลี่ยนแปลงเเอาไว้ด้วย ไม่เช่นนั้น มันจะทำการ Update เป็นข้อมูลทั้งหมด ใน Column นั้น 

8. SQL DELETE Statement

 

            DELETE เป็นคำสั่งที่ใช้ลบข้อมูลใน table
Syntax : DELETE FROM table_name
WHERE some_column=some_value

- ผลการทดลองโค้ดและข้อสรุปที่ได้

 

ผลการทดลอง : ทดลองลบแถวของข้อมูลโดยใช้ คอลัมน์ CategoryID = 3





ข้อสรุป : เราสามารถลบแถวของข้อมูลออกจาก table ได้โดยใช้ คำสั่ง WHERE เพื่อระบุตัวที่เราจะทำการลบออกไป และถ้าต้องการลบข้อมูลทั้งหมด ใช้คำสั่ง DELETE FROM table_name;


Reference Linkw3school tutorial website

Problem in try SQL : ปัญหาที่พบคือปกติจะใช้เบราเซอร์ Mozilla firefox ในการเปิดเว็บไซต์ แต่เมื่อต้องการทดลอง code SQL แบบ online ในเว็บ w3school พบว่าเบราเซอร์ mozill firefox ที่ใช้อยู่นั้น ไม่รองรับรูปแบบ WebSQL โดยมีเบราเซอร์ที่สามารถรองรับรูปแบบ Web SQL ได้คือ Chrome, Safari, และ Opera ดังนั้น ข้าพเจ้า จึงใช้ Google Chrome เพื่อทำการทดลอง code บนเว็บ w3school online


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น